การกำกับดูแลกิจการ

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัท บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) คำนึงถึงภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่มีต่อผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น รวมถึงผลกระทบที่มีต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และประเทศชาติ ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ อันประกอบด้วย ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ พนักงาน และคู่แข่งทางการค้า จึงได้กำหนดนโยบายสำหรับการกำกับดูแลกิจการของบริษัท เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทยึดถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและมีความยุติธรรมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย โดยกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่สำคัญไว้ 5 หมวดดังนี้

ผู้ถือหุ้นของบริษัท มีสิทธิในความเป็นเจ้าของ โดยควบคุมบริษัทผ่านการแต่งตั้งคณะกรรมการให้ทำหน้าที่แทนตน และมีสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของบริษัท ดังนี้ :

คณะกรรมการบริษัท บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) คำนึงถึงภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่มีต่อผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น รวมถึงผลกระทบที่มีต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และประเทศชาติ ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ อันกอปรด้วย ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ พนักงาน และคู่แข่งทางการค้า จึงได้กำหนดนโยบายสำหรับการกำกับดูแลกิจการของบริษัท เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทยึดถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและมีความยุติธรรมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย โดยกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่สำคัญไว้ 5 หมวดดังนี้

  • สิทธิในการจดทะเบียนเป็นเจ้าของหุ้นของบริษัท

  • สิทธิในการเปลี่ยนมือ หรือโอนสิทธิในหุ้น เว้นแต่การโอนหุ้นนั้น เป็นเหตุให้มีคนต่างด้าวถือหุ้นอยู่ในบริษัทเกินกว่าร้อยละ 20 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท

  • สิทธิในการได้รับทราบข้อมูลข่าวสารที่มีนัยสำคัญของบริษัทอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ

  • สิทธิในการเข้าร่วมประชุมเพื่อออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท

  • สิทธิในการแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการบริษัท

  • สิทธิในการพิจารณาค่าตอบแทนของกรรมการบริษัท

  • สิทธิในการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และพิจารณาค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี

  • สิทธิในการพิจารณาจัดสรรเงินกำไร และรับส่วนแบ่งกำไรของบริษัท

  • สิทธิในการเข้าร่วมตัดสินใจ และทราบถึงผลการตัดสินใจของบริษัท ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยพื้นฐานของบริษัท อันได้แก่

  • การขาย หรือโอนกิจการของบริษัททั้งหมด หรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่บุคคลอื่น

  • การซื้อ หรือรับโอนกิจการของบริษัทอื่น มาเป็นของบริษัท

  • การทำ แก้ไข หรือเลิกสัญญาเกี่ยวกับการให้เช่ากิจการของบริษัททั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญ การมอบหมายให้บุคคลอื่นเข้าจัดการธุรกิจของบริษัท หรือการรวมกิจการกับบุคคลอื่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะแบ่งกำไรขาดทุนกัน

  • การเปลี่ยนแปลงหนังสือบริคณห์สนธิ หรือข้อบังคับของบริษัท

  • การเพิ่มทุน หรือลดทุนของบริษัท

  • การควบรวมกิจการ หรือการเลิกบริษัท

  • การออกหุ้นกู้

  • รายการพิเศษอื่น ๆ ที่มิใช่รายการที่เกิดขึ้นตามปกติ

บริษัท สนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ถือหุ้นประเภทสถาบัน มีโอกาสอย่างเต็มที่ ในการใช้สิทธิเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น และออกเสียงลงมติในที่ประชุม อย่างเท่าเทียมกัน และจะไม่กระทำการใดใดที่เป็นการจำกัดสิทธิในการเข้าถึงสารสนเทศของบริษัท หรือการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น โดยจะดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมผู้ถือหุ้นดังต่อไปนี้

ก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น

  • จัดทำหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น และเอกสารประกอบการพิจารณาที่มีข้อมูลสำคัญครบถ้วน ชัดเจน ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ

  • เผยแพร่หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น และเอกสารประกอบการประชุมต่าง ๆ ล่วงหน้าก่อนวันประชุมอย่างน้อย 14 วัน ผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และทางเว็บไซต์ของบริษัท

  • จัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการประชุมต่างๆ รวมถึงหนังสือมอบฉันทะ(ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่ประสงค์จะมาร่วมประชุมด้วยตนเอง) ให้ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนวันประชุมอย่างน้อย 14 วัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีเวลาเพียงพอในการศึกษาข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงคะแนนต่างๆ

  • จัดให้มีช่องทางให้ผู้ถือหุ้นสอบถามเกี่ยวกับวาระการประชุมผู้ถือหุ้น หรือส่งคำถามล่วงหน้าได้ที่เลขานุการบริษัท ผ่านทางทางอีเมลล์ Asian-secretary@asianseafoods.co.th

วันประชุมผู้ถือหุ้น

  • กำหนดวัน เวลา สถานที่ในการจัดประชุมผู้ถือหุ้น ณ ท้องที่อันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท หรือจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความสะดวกของผู้ถือหุ้นที่จะเข้าประชุม

  • บริษัทนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการลงทะเบียนผู้ถือหุ้น รวมถึงจัดสรรเวลาลงทะเบียนไว้อย่างพอเพียง

  • สนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นใช้บัตรลงคะแนนเสียงในทุกวาระ

  • ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง สามารถออกเสียงลงคะแนนโดยการมอบฉันทะให้บุคคลที่ผู้ถือหุ้นเห็นสมควรเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทนได้

  • ชี้แจงให้ผู้ถือหุ้นทราบหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการออกเสียงลงคะแนนอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มประชุม

  • ไม่เพิ่มวาระการประชุมนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ โดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า

  • กรรมการและผู้บริหารของบริษัท เข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้น และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถซักถาม แสดงความคิดเห็น และขอรับการชี้แจงจากคณะกรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้สอบบัญชีในวาระที่เกี่ยวข้อง ก่อนการลงคะแนนเสียงอนุมัติวาระต่างๆ

  • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล

  • ตรวจนับคะแนนเสียงและเปิดเผยการลงคะแนนในแต่ละวาระให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นรับทราบอย่างชัดเจนและโปร่งใส โดยเชิญตัวแทนผู้ถือหุ้นร่วมเป็นสักขีพยานในการตรวจนับ

หลังวันประชุมผู้ถือหุ้น

  • แจ้งมติที่ประชุม และผลการลงคะแนนแต่ละวาระผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเว็บไซต์ของบริษัท ภายในวันทำการถัดไป

  • จัดทำรายงานการประชุมที่มีสาระสำคัญครบถ้วน เพื่อจัดส่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเผยแพร่บนเว็บไซต์บริษัทภายใน 14 วัน นับแต่วันประชุม

  • เผยแพร่รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นทางเว็บไซต์ของบริษัท และมีการแจ้งผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัท มีนโยบายปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกราย ทั้งนักลงทุนรายย่อย นักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมในการใช้สิทธิของตน โดยบริษัทมีนโยบายดังนี้

การให้ข้อมูลก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น

  • แจ้งกำหนดการประชุมพร้อมระเบียบวาระ และความเห็นของคณะกรรมการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท อย่างน้อย 14 วันก่อนวันนัดประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งฉบับภาษาไทย และฉบับภาษาอังกฤษ

  • แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการประชุม ขั้นตอนการออกเสียงลงมติ รวมทั้งสิทธิการออกเสียงลงคะแนนตามแต่ละประเภทของหุ้น ก่อนการประชุม และเผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ของบริษัท

การคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

  • ไม่เพิ่มวาระการประชุมนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ โดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า

  • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล

  • ผู้ถือหุ้น ซึ่งมีหุ้นนับรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท เข้าชื่อกันทำหนังสือฉบับเดียวกัน เสนอเพิ่มวาระการประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญได้ โดยให้ส่งหนังสือดังกล่าวถึงหน่วยงานเลขานุการบริษัทได้ทางอีเมลล์ Asian-secretary@asianseafoods.co.th

  • ผู้ถือหุ้น ซึ่งมีหุ้นนับรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด หรือผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าคน ซึ่งมีหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งใน สิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด เข้าชื่อกันทำหนังสือฉบับเดียวกัน เสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ พร้อมข้อมูลประกอบการพิจารณาด้านคุณ สมบัติและการให้ความยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อ ต่อคณะกรรมการบริษัทได้ โดยส่งหนังสือดังกล่าวผ่านหน่วยงานเลขานุการบริษัทล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 120 วันทางอีเมลล์Asian-secretary@asianseafoods.co.th

การป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน

  • กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ต้องไม่ใช้ข้อมูลภายในของบริษัท ที่มีสาระสำคัญ และยังไม่ได้เปิดเผยสารสนเทศต่อสาธารณะชน เพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น โดยเด็ดขาด

  • กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ห้ามเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญทางธุรกิจ ตลอดจนข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ ของบริษัทต่อผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกของบริษัท แม้จะเกษียณอายุ ลาออก หรือสิ้นสุดการทำงานกับบริษัทแล้วก็ตาม เว้นแต่เป็นไปตามข้อบังคับโดยกฎหมายหรือมติของคณะกรรมการบริษัท

  • กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท พึงระลึกไว้เสมอว่า การเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญทางธุรกิจ ต้องเป็นไปโดยบุคลากรของบริษัทที่มีอำนาจหน้าที่ เมื่อได้รับคำถามเกี่ยวกับข้อมูลที่สำคัญทางธุรกิจ โดยที่ตนไม่มีหน้าที่ในการเปิดเผยข้อมูลนั้น ควรแนะนำให้ผู้ถามติดต่อไปยังผู้มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูล

  • กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท มีสิทธิเสรีภาพในการลงทุนซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท แต่เพื่อป้องกันมิให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องจัดทำและเปิดเผยรายงานการถือหลักทรัพย์ ตลอดจน รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ ส่งหน่วยงานเลขานุการบริษัท เพื่อรวบรวมนำเสนอต่อที่ประชุมกรรมการบริษัท ก่อนวันประชุมกรรมการบริษัทอย่างน้อย 14 วัน

การมีส่วนได้ส่วนเสียของกรรมการ

  • บริษัท ห้ามกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท ประกอบธุรกิจที่แข่งขันกับบริษัทไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม

  • หลีกเลี่ยงการทำรายการที่เกี่ยวโยงกับตนเองหรือบุคคล/นิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัท

  • คณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่ดูแลให้บริษัทมีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยข้อมูลรายการที่เกี่ยวโยงกัน ตามที่กฎหมายหรือหน่วยงานกำกับดูแลกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

  • ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย จะต้องไม่มีส่วนในการพิจารณารายการที่ตนมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์

  • กรณีที่มีความจำเป็นต้องทำรายการเกี่ยวโยงกัน รายการนั้นจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการค้าทั่วไป ตามหลักการที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติ ด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม เปรียบเสมือนการทำรายการกับบุคคลภายนอก และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัท

  • รายการเกี่ยวโยงที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการค้าทั่วไปตามหลักการที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ต้องผ่านการสอบทานและให้ความเห็นจากคณะกรรมการตรวจสอบก่อนนำเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทหรือผู้ถือหุ้น

  • รายการเกี่ยวโยงที่มีลักษณะและขนาดของรายการไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของคณะกรรมการบริหาร ต้องผ่านการสอบทางและให้ความเห็นจากคณะกรรมการตรวจสอบก่อนนำเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท หรือขอมติผู้ถือหุ้น

กรรมการและผู้บริหารบริษัท มีหน้าที่รายงานการมีส่วนได้เสียของตนเองและของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกิจการของบริษัท ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด โดยเลขานุการบริษัทมี่หน้าที่รวบรวมและจัดส่งสำเนารายงานการมีส่วนได้เสียให้ประธานกรรมการบริษัทและประธานกรรมการตรวจสอบทราบในการประชุมคณะกรรมการบริษัท และการประชุมกรรมการตรวจสอบที่ใกล้ที่สุดนับแต่วันที่ได้รับรายงาน ทั้งนี้ ต้องรายงานการมีส่วนได้เสียอย่างน้อยก่อนการพิจารณาวาระนั้น และกรรมการที่มีส่วนได้เสีย ต้องงดเว้นจากการมีส่วนร่วมในการประชุมพิจารณาในวาระนั้นด้วย

บริษัท กำหนดนโยบายในการปฎิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละกลุ่ม โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียดังกล่าวตามกฎหมายกำหนด โดยยึดถือผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างบริษัทและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ เป็นสำคัญ ดังนี้

  • ผู้ถือหุ้น สร้างผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืนต่อผู้ถือหุ้น ด้วยการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีผลประกอบการที่ดี ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ซื่อสัตย์ และยุติธรรมเคารพสิทธิของผู้ถือหุ้นในการได้รับข้อมูลที่จำเป็นอย่างถูกต้องตามความเป็นจริง ด้วยความเสมอภาค

  • ลูกค้า สร้างนวัตกรรมใหม่ในด้านผลิตภัณฑ์และกรรมวิธีการผลิตของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ด้วยต้นทุนต่ำ และให้การบริการที่ดี รวมถึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อย่างครบถ้วนถูกต้อง เพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า ตลอดจนผู้บริโภค

  • คู่ค้า ปฎิบัติกับคู่ค้าด้วยความเสมอภาคและคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน พัฒนาและรักษาสัมพันธภาพที่ยั่งยืนในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ โดยปฏิบัติต่อคู่ค้าทุกรายตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งมีการกำหนดขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติไว้อย่างชัดเจน

  • เจ้าหนี้ ควบคุมให้มีการชำระคืนเงินกู้และดอกเบี้ยให้กับเจ้าหนี้ทุกประเภทอย่างครบถ้วนตามกำหนดเวลา และปฎิบัติตามเงื่อนไขการกู้ยืมตามข้อตกลงอย่างครบถ้วน

  • พนักงาน ดูแลและปฏิบัติต่อพนักงานทุกระดับอย่างเหมาะสม จัดให้มีทรัพยากรอย่างพอเพียงต่อการปฏิบัติงาน การพิจารณาผลตอบแทน การโยกย้าย การพัฒนาศักยภาพ ตลอดจนการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง กระทำอย่างโปร่งใสและยุติธรรม ตลอดจนมีการดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานตามมาตรฐานสากล เปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากพนักงานเพื่อสร้างทัศนคติที่ดีต่อการทำงานและต่อองค์กรเพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน

  • คู่แข่งทางการค้า บริษัททำการแข่งขันทางธุรกิจโดยสุจริต ไม่กระทำการใดใดที่เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นหรือคู่แข่งทางการค้า รวมถึงไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสม

  • สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติตามกฎหมาย และ/หรือ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงาน ดำเนินกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ส่งเสริมการศึกษา และรักษาสิ่งแวดล้อม

  • ภาครัฐ ให้ความร่วมมือและสนับสนุนนโยบายภาครัฐ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ภายใต้กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

  • องค์กรอิสระและองค์กรอื่น ๆ ในสังคม ให้ความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับองค์กรอิสระและองค์กรอื่นๆ ในสังคม เพื่อร่วมกันพัฒนาสังคมและประเทศ

นอกจากนี้ เพื่อแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นของบริษัท ในการดำเนินธุรกิจภายใต้จริยธรรมธุรกิจของบริษัทในการสร้างจิตสำนึกที่ดี บริหารงานอย่างโปร่งใส ซื่อสัตย์ ยุติธรรม บริษัทได้กำหนดนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น และนโยบายด้านการรับข้อร้องเรียนและการคุ้มครองสิทธิของผู้ร้องเรียน สำหรับการรับข้อเสนอแนะและข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท สมดังคำขวัญของบริษัทที่ว่า “WE ARE THE RIGHT CHOICE-เรา ใช่ สำหรับคุณ”นี้

การเปิดเผยข้อมูลและผู้มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูล

บริษัท ให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส ทั่วถึง และทันเวลา ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่ไม่ใช่ทางการเงิน เพื่อให้นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายมีข้อมูลที่เชื่อถือได้และเพียงพอประกอบการตัดสินใจอย่างสม่ำเสมอ ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท และระบบการแจ้งข่าวผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ข้อมูลสำคัญที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณชน อาทิเช่น แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) รายงานประจำปี (แบบ 56-2) ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างผู้ถือหุ้น ข้อมูลคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ นโยบายการจ่ายเงินปันผล นโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัท จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ กิจกรรมต่างๆ ของบริษัท เป็นต้น

บริษัท กำหนดให้ กรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือผู้ที่กรรมการผู้จัดการใหญ่มอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท และหน่วยงานเลขานุการบริษัท รับผิดชอบในการเปิดเผยสารสนเทศที่สำคัญต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ผู้ถือหุ้น และนักลงทุน รวมถึงประสานงานกับผู้บริหารระดับสูงในสายงานการเงิน รับผิดชอบในการให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้น นักลงทุน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และบุคคลทั่วไป เกี่ยวกับข้อมูลทางการเงิน ผลการดำเนินงาน ลักษณะการประกอบธุรกิจ นโยบายบริษัท แผนงานและการลงทุน และปัจจัยที่อาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของผลการดำเนินงานที่สำคัญ โดยต้องยึดถือหลักการด้านความถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และเท่าเทียมกัน

ผู้สอบบัญชีและการจัดทำรายงานทางการเงิน

คณะกรรมการบริษัทต้องจัดให้มีการรายงานผลการดำเนินงาน และเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญอย่างโปร่งใสและเพียงพอ ผ่านงบการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย โดยรายงานต่อสำหนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและนักลงทุน ทั้งนี้งบการเงินของบริษัท และบริษัทย่อย ได้รับการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีที่มีความเป็นอิสระ มีความรู้ความชำนาญ และมีคุณสมบัติครบถ้วน และได้รับการแต่งตั้งโดยมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญ เพื่อให้มั่นใจว่า งบการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย จัดทำขึ้นตามมาตรฐานและหลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป โดยใช้นโยบายการบัญชีที่เหมาะสม ตามหลักความระมัดระวัง ถูกต้อง และครบถ้วน สะท้อนให้เห็นฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทตามความเป็นจริง

นอกจากนี้ บริษัทยังกำหนดให้คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัท มีหน้าที่สอบทานความหน้าเชื่อถือและความถูกต้องของรายงานทางการเงิน รวมทั้งระบบควบคุมภายในให้เป็นไปอย่างเพียงพอและเหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่างบการเงินของบริษัทสามารถเชื่อถือได้

โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท

  • คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 5 คน แต่ไม่เกิน 12 คน โดยต้องประกอบด้วยกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 คน และกรรมการไม่น้อกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร

  • คณะกรรมการเลือกตั้งกรรมการด้วยกันเป็นประธานกรรมการบริษัท และอาจเลือกรองประธานกรรมการ กรรมการผู้จัดการ หรือตำแหน่งอื่นตามที่เห็นเหมาะสม

การแต่งตั้งกรรมการบริษัทและค่าตอบแทนกรรมการ

  • การแต่งตั้งกรรมการใหม่ หรือแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ครบวาระออกจากตำแหน่งกรรมการ ต้องใช้มติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการต้องได้รับคะแนนเสียงข้างมากของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและออกเสียงลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

  • กรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเนื่องจากเหตุอื่นนอกจากครบวาระ ให้คณะกรรมการเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายบริษัทมหาชนจำกัด เข้าเป็นกรรมการแทนในการประชุมคณะกรรมการคราวถัดไป เว้นแต่วาระของกรรมการเหลือน้อยกว่า 2 เดือน โดยบุคคลซึ่งเข้าเป็นกรรมการแทนดังกล่าว จะอยู่ในตำแหน่งกรรมการได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน ทั้งนี้ ต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการที่ยังเหลืออยู่

  • บำเหน็จกรรมการและค่าตอบแทน ให้สุดแล้วแต่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะกำหนดปีต่อปี ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุม

คุณสมบัติของกรรมการบริษัท

  • ต้องเป็นบุคคลธรรมดา และ

    • บรรลุนิติภาวะ

    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

    • ไม่เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่ได้กระทำโดยทุจริต

    • ไม่เคยถูกลงโทษไล่ออก หรือปลดออกจากราชการหรือองค์การ หรือหน่วยงานของรัฐ ฐานทุจริตต่อหน้าที่

    • ต้องไม่มีลักษณะขาดความน่าใว้วางใจตามมาตรา 89/3 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (ตามที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) และประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ กจ. 8/2553 เรื่อง การกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท

  • กรรมการต้องเป็นผู้มีความสามารถและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ และมีเวลาอย่างเพียงพอที่จะอุทิศให้กับการปฏิบัติหน้าที่กรรมการอย่างเต็มที่ โดยกำหนดให้กรรมการไม่ควรดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เกิน 5 บริษัท

  • กรรมการสามารถดำรงตำแหน่งกรรมการในกิจการอื่นได้ แต่ต้องไม่ใช่บริษัทที่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและแข่งขันกันกับบริษัท เว้นแต่จะได้แจ้งให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบก่อนที่จะมีมติแต่งตั้งเป็นกรรมการ

  • กรรมการที่เป็นกรรมการอิสระ ต้องไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละหนึ่งของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัท หรือบริษัทย่อยของบริษัท แม้ว่าจะได้แจ้งให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบก่อนการแต่งตั้งแล้วก็ตาม

วาระการดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท

  • ในการประชุมสามัญประจำปีทุกครั้ง กรรมการจะต้องออกจากตำแหน่งอย่างน้อยจำนวนหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด ถ้าจำนวนกรรมการจะแบ่งออกให้เป็นสามส่วนไม่ได้ก็ให้ออกโดยจำนวนที่ใกล้เคียงที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม

  • กรรมการผู้ออกจากตำแหน่งไปนั้น อาจจะถูกเลือกเข้ารับตำแหน่งอีกก็ได้

  • นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการอาจพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    • ตาย

    • ลาออก

    • ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายบริษัทมหาชนจำกัด

    • ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติให้ออก ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียง และมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่ถือโดยผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง

  • ศาลมีคำสั่งให้ออก เนื่องจากได้กระทำการ หรือละเว้นกระทำการอันถือเป็นการผิดหน้าที่ตามกฎหมาย และเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหายหรืออาจทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย

  • กรรมการบริษัทที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่ง จะต้องยื่นหนังสือลาออกต่อบริษัท การลาออกมีผลนับแต่วันที่ใบลาออกไปถึงบริษัท

หน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

  • รับผิดชอบจัดการกิจการทั้งหลายทั้งปวงของบริษัท และมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการ ภายในขอบเขตของกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท และตามมติของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น

  • กำหนดนโยบายและทิศทางการบริหารงาน ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการชุดย่อย โดยเฉพาะคณะกรรมการบริหาร ให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด ภายใต้หลักเกณฑ์ที่สำคัญ 2 ประการ คือ การสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่บริษัท และการอยู่ภายใต้กรอบกติกาของกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

  • จัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส เชื่อถือได้ ตามที่กฎหมายกำหนด

  • จัดให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ และระบบควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐาน ซึ่งสามารถประเมินความเสิ่งที่สำคัญและบริหารความเสี่ยงได้

  • จัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่เหมาะสมตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี

  • จัดให้มีเลขานุการบริษัท เพื่อช่วยดูแลกิจกรรมต่างๆ ของคณะกรรมการและช่วยให้คณะกรรมการบริษัทและบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

  • จัดให้มีจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน เพื่อเป็นมาตรฐานแนวทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัท

  • จัดให้มีการดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และสนับสนุนให้มีการสื่อสารไปสู่ทุกคนในบริษัทให้ได้รับทราบยืดถือปฏิบัติอย่างจริงจัง

  • จัดให้มีกระบวนการที่ชัดเจนและโปร่งใสเกี่ยวกับการทำรายการระหว่างกัน

  • จัดให้มีกระบวนการที่ชัดเจนในการรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบต่อคณะกรรมการเมื่อพบหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับรายการหรือการกระทำ ซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท คณะกรรมการต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควร

  • จัดให้มีการทบทวนและปรับปรุงนโยบายและแผนงานที่สำคัญต่างๆ ให้เป็นปัจจุบันและเหมาะสมกับสภาพธุรกิจอย่างสม่าเสมอ

  • ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดเกียวกับกิจการของบริษัทตามที่ผู้ถือหุ้นมอบหมาย

อำนาจอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท

  • พิจารณาอนุมัติรายการที่สำคัญตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตามที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทกำหนด รวมถึงการพิจารณาอนุมัติการลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ การร่วมทุน การจัดตั้งบริษัทใหม่ และการขายเงินลงทุน

  • พิจารณาอนุมัติการกู้หรือให้กู้ยืมเงิน หรือการขอสินเชื่อใดๆ จากสถาบันการเงิน หรือการเข้าเป็นผู้ค้าประกัน ในวงเงินเกินกว่า 300 ล้านบาท ต่อสัญญา

  • พิจารณาอนุมัติรายการลงทุนในธุรกิจปกติ ที่มีวงเงินมากกว่า 3 ล้านบาท เพื่อวัตถุประสงค์ในการขยายขนาดธุรกิจ หรือปรับปรุงกระบวนการดำเนินธุรกิจ

  • พิจารณาแต่งตั้ง/ถอดถอน คณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานตามความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทตามความเหมาะสมและจำเป็น โดยมีการติดตามผลการดำเนินงาน และประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยอย่างสม่ำเสมอ

การแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อย

คณะกรรมการตรวจสอบ

  • หน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ

    • สอบทานให้บริษัทมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ

    • สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน (Internal control) และระบบการตรวจสอบภายใน (Internal audit) ที่มีความเหมาะสมและมีประสิทธิผล และพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน

    • สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท

    • พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกาหนดของตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผล และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท

    • จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องประกอบด้วยข้อมูลหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ

    • ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการของบริษัทมอบหมายด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ

  • อำนาจของคณะกรรมการตรวจสอบ

    • พิจารณาคัดเลือก เสนอแต่งตั้ง และเสนอค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีของบริษัท รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

    • ให้ความเห็นชอบในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลิกจ้างหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน

  • การแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ

    • คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการบริษัทที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารงานประจำซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ปัจจุบันมีจำนวน 4 ท่าน

  • วาระการดำรงตำแหน่ง

    • คณะกรรมการตรวจสอบมีวาระอยู่ในตำแหน่งตามวาระที่เหลืออยู่ของการเป็นกรรมการบริษัท กรรมการตรวจสอบ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่อีกได้

    • ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการตรวจสอบว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระให้คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้ง บุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเป็นกรรมการตรวจสอบเพื่อให้กรรมการตรวจสอบมีจำนวนอย่างน้อยครบตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด โดยบุคคลที่เข้าเป็นกรรมการตรวจสอบแทน อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของการเป็นกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริหาร

  • หน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร

    • กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานและแผนงานทางธุรกิจรวมทั้งติดตามผลการดำเนินงานดังกล่าว ให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนงานของบริษัท

    • กำกับ ดูแล และตรวจสอบการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการและฝ่ายบริหารต่างๆ ให้เป็นไปตามนโยบายและแผนงานทางธุรกิจ

    • ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท

  • อำนาจของคณะกรรมการบริหาร

    • พิจารณาอนุมัติในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจปกติของบริษัท หรือนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติในเรื่องที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญแก่บริษัท

    • พิจารณาอนุมัติแผนงบประมาณประจำปี

    • พิจารณาอนุมัติการกู้หรือให้กู้ยืมเงิน หรือการขอสินเชื่อใดๆ จากสถาบันการเงิน หรือการเข้าเป็นผู้ค้ำประกัน ในวงเงินไม่เกิน 300 ล้านบาท ต่อสัญญา

    • พิจารณามอบหมายให้บุคคลหนึ่งหรือหลายคนมีอำนาจในการลงนามในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายรายการทางการเงินในแต่ละรายการ และรวมถึงกำหนดวงเงินอนุมัติในการเบิกจ่าย แต่ละครั้งตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนด

  • การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร

    • คณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วยกรรมการและผู้บริหารระดับสูงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารงานประจำ และ/หรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการสินเชื่อและเร่งรัดหนี้สิน

  • หน้าที่ของคณะกรรมการสินเชื่อและเร่งรัดหนี้สิน

    • ควบคุมให้มีการปฏิบัติตามนโยบาย หรือแนวทางที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการบริหารลูกหนี้ของกลุ่มบริษัท

    • ทบทวนข้อมูลลูกหนี้เป็นรายเดือน รายงานต่อคณะกรรมการบริษัทในการประชุมคณะกรรมการบริษัท พร้อมทั้งเสนอแนวทางปรับปรุง

  • อำนาจของคณะกรรมการสินเชื่อและเร่งรัดหนี้สิน

    • พิจารณาอนุมัติและประกาศนโยบาย ตลอดจนระเบียบในการเปิดลูกค้าใหม่ สำหรับลูกค้าของกลุ่มบริษัท

    • พิจารณากำหนดนโยบายการให้วงเงินเครดิต ตลอดจนการควบคุมเพดานหนี้

  • การแต่งตั้งคณะกรรมการสินเชื่อและเร่งรัดหนี้สิน

    • คณะกรรมการสินเชื่อและเร่งรัดหนี้สิน ได้รับการแต่งตั้ง โดยมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

  • หน้าที่ของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

    • กำกับดูแลและสนับสนุนให้มีการดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยงองค์กร ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าทางธุรกิจ รวมถึงสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

    • ให้ข้อเสนอแนะแนวทาง ติดตาม และประเมินผล การบริหารความเสี่ยงและความควบคุมภายใน

    • พิจารณารายงานผลการบริหารความเสี่ยงองค์กร และให้ข้อคิดเห็นในความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งแนวทางการกำหนดมาตรการควบคุม เพื่อให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

  • อำนาจของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

    • พิจารณากำหนด ทบทวน นโยบาย กรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร

  • การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

    • คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยกรรมการและผู้บริหารระดับสูงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารงานประจำ และกรรมการที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารงานประจำ (กรรมการอิสระ) 1 ท่าน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท

เลขานุการบริษัท

  • หน้าที่ความรับผิดชอบของเลขานุการบริษัท

    เลขานุการของบริษัทจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดในมาตรา 89/15 และมาตรา 89/16 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ซึ่งมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 สิงหาคม 2551 ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับบริษัท มติคณะกรรมการ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ หน้าที่ตามกฎหมายของเลขานุการบริษัท มีดังนี้

    • จัดทำและเก็บรักษาเอกสารดังต่อไปนี้

      • ก. ทะเบียนกรรมการ

      • ข. หนังสือนัดประชุมคณะกรรมการ รายงานการประชุมคณะกรรมการและรายงานประจำปีของบริษัท

      • ค. หนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น และรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น

    • เก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียที่รายงานโดยกรรมการหรือผู้บริหาร

    • จัดส่งสำเนารายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ให้ประธานคณะกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบทราบภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่บริษัทได้รับรายงานนั้น

    • ดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลและรายงานสารสนเทศในส่วนที่รับผิดชอบต่อหน่วยงานที่กำกับดูแลตามระเบียบและข้อกำหนดของหน่วยงานทางการ

    • ดำเนินการอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

    • หน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากบริษัท (หรือคณะกรรมการบริษัท)